ทำความรู้จักกับ “อาการคลั่งรัก” เป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือไม่?

ในปัจจุบันนี้ มีคำศัพท์แปลก ๆ เกิดขึ้นมากมาย และคำที่หลายคนอาจจะคุ้นหู หรือได้ยินคนแซวเมื่อเวลาที่ใครบางคนมีอาการชื่นชอบอะไรมาก ๆ จนเกินความพอดี นั่นคือคำว่า “คลั่งรัก” เป็นคำพูดที่เหมือนหยอกเอินกันเล่น แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าแท้จริง อาการคลั่งรักนั้น เป็นพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่ทางการแพทย์ ได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง และได้รับการยืนยันแล้วว่า มีคนจำนวนไม่น้อย ที่มี อาการคลั่งรัก และนี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจะพาทุกคน มาทำความรู้จักกับ “อาการคลั่งรัก” เป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือไม่? จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปศึกษาพร้อมกันเลยค่ะ  

อาการคลั่งรักคืออะไร

อาการคลั่งรักคืออะไร

อาการคลั่งรัก (Limerence) เป็นคำที่ถูกคิดขึ้นมาโดย Dr. Dorothy Tennov นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เจ้าของหนังสือ Love and Limerence – the Experience of Being in Love ในปี 1979 โดยอธิบายความหมายของคำว่า Limerence หรืออาการคลั่งรักว่า เป็นความรู้สึกรักที่มีระดับของความรู้สึกมากกว่าแค่ชอบ หรือแค่หลงใหลตามปกติ

อาการของคนคลั่งรัก

อาการของคนที่มีอาการคลั่งรัก จะมีระดับของความรักความชอบที่มากอย่างชัดเจน เกินการควบคุมของตัวเอง ไม่สามารถหยุดตัวเองให้ลืม ทำใจ หยุดคิด หยุดนึกถึงคนที่ชอบได้ มีความคิดหมกมุ่นที่เกี่ยวกับคนที่เรารักตลอดเวลา และอยากให้คนที่เรารักหันมารักเราตอบ จนเลยเถิดไปถึงความรู้สึกที่อยากครอบครองเขา เขาคนนั้นเหมาะสมกับเราเพียงผู้เดียว

Dr. Dorothy Tennov มองว่าระดับความรู้สึกรัก หรือชอบพอใครสักคน สามารถแบ่งออกมาได้หลากหลายเฉดสีเป็นสเปกตรัม ตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม ในส่วนของอาการคลั่งรักเป็นส่วนที่มีสีเข้มที่สุด

ในทางจิตวิทยายังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า อาการคลั่งรัก เป็นอาการทางจิตจริง ๆ หรือเป็นเพียงนิสัยใจคอเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่จากการทดลองพบว่า คนที่มีอาการคลั่งรัก มีความเป็นไปได้สูงที่จะผลิตฮอร์โมนลักษณะคล้ายกับฮอร์โมนที่หลั่งออกมาหลังเสพยา ทำให้เราเสพติดการพบหน้า พูดคุย มีปฏิสัมพันธ์กับเขาคนนั้น ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำ ศัลยกรรม หรือการได้แสดงออกว่าชื่นชอบคน ๆ นั้นมากเป็นพิเศษ จนไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้ จนอาจมีอารมณ์ที่รุนแรง และควบคุมการกระทำของตัวเองไม่ได้

ทางด้าน Helen Fisher นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน ระบุว่า สมองของกลุ่มคนที่มีอาการคลั่งรักยังทำงานในลักษณะคล้ายกันกับผู้ที่เสพยาโคเคน ระหว่างที่กำลังมีอารมณ์ลุ่มหลงในความรัก ระดับฮอร์โมนเซโรโทนินจะลดลงมาอยู่ในระดับต่ำจนอาจอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับผู้ที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ (OCD) แต่ระดับฮอร์โมนโดพามีนที่สัมพันธ์กับความร่าเริงและตื่นตัวกลับพุ่งสูงขึ้น จึงทำให้ผู้ที่มีอาการคลั่งรักมีลักษณะท่าทาง และพฤติกรรมที่ดูตื่นตัว ย้ำคิดย้ำทำ และยังมีอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวนง่ายกว่าคนทั่วไป

เรามีอาการ “คลั่งรัก” หรือไม่?

เรามีอาการ “คลั่งรัก” หรือไม่?

อาการที่แตกต่างกันของความรัก กับคนที่คลั่งรัก จะแตกต่างกันมากพอที่เราจะสังเกตได้บ้าง โดยคนที่มีอาการคลั่งรักอาจมีพฤติกรรมเหล่านี้

  • เสียอาการอย่างหนักจนผิดปกติ เมื่อได้อยู่ใกล้ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคน ๆ นั้น เช่น ใจสั่น พูดติดอ่าง วิงเวียนศีรษะ ฯลฯ
  • มีจินตนาการถึงชีวิตในอนาคตกับคน ๆ นั้นไปไกลมาก เช่น เห็นภาพว่าได้เป็นแฟนกัน แต่งงาน มีลูก หรือจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อยากให้เกิดขึ้นในหัว แม้ว่าจะได้เจอคนนั้นเพียงไม่กี่นาที
  • มองข้ามข้อเสียของเขาคนนั้นไปได้อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าคนนั้นจะทำอะไรก็ดีไปหมดทุกอย่าง พยายามหาเหตุผลมาเข้าข้างเขาได้ตลอด
  • มีอารมณ์ร่วมกับเขามาก ดีใจตาม เสียใจตาม ร้องไห้ตาม เป็นทุกข์เป็นร้อนตามอย่างเห็นได้ชัด และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย ทุกอารมณ์ขึ้นอยู่กับเขา
  • มีอารมณ์หึงหวงอย่างหนักเมื่อเขามีปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามแค่เพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทของเขา หรือใครก็ตาม อิจฉาและหึงหวงอย่างไร้เหตุผล หัวฟัดหัวเหวี่ยง จนแสดงกิริยา หรือวาจาที่รุนแรงออกมา
  • คิดถึงมาก หมกมุ่นแต่กับเรื่องของเขาจนไม่เป็นอันกินอันนอน
  • ทำกิจกรรมที่เคยทำตามปกติไม่ได้ คิดถึงแต่เขาจนไม่มีสมาธิ
อันตรายของอาการคลั่งรัก

อันตรายของอาการคลั่งรัก

แน่นอนว่ากับคนที่เรามีความรักมอบให้ เรามักจะอยากเห็นคนเขาคนนั้นมีความสุข มีรอยยิ้ม มีชีวิตที่ดี แต่ในขณะเดียวกันกับคนที่มีอาการคลั่งรัก จะเป็นความรักที่อยากครอบครอง ให้เขาเป็นของเราคนเดียว ลุ่มหลงมัวเมาจนเห็นผิดเป็นชอบตลอดเวลา เขาทำอะไรก็ดีไปหมด รวมไปถึงแสดงอารมณ์ และการกระทำอันรุนแรงหากเขาคนนั้นไม่สามารถตอบกลับความรักที่เรามีให้เขาได้ เมื่อเป็นความรู้สึกที่รุนแรงจนอาจทำให้ไม่สามารถแยกแยะเหตุผล ผิดชอบชั่วดี หรือไม่สามารถควบคุมการกระทำใด ๆ ของตัวเองได้ เมื่อนั้นอาการคลั่งรักก็จะก่อความลำบาก สร้างอันตรายใด ๆ ให้กับคนที่รักได้เช่นกัน

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่การจะมีความรักที่ดีได้นั้น ก็ต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และในกรณีของคนที่มีอาการคลั่งรักมากจนเกินไป หากควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็อาจจะส่งผลต่อตัวเอง และสร้างความเดือดร้อน รำคาญใจให้แก่คนรอบข้างได้ ดังนั้น ถ้าหากรู้ว่ากำลังตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก่อนที่อะไรจะสายเกินไป หรือถ้ามีอาการรุนแรงมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อทำการรักษาต่อไป

บทความแนะนำ 5 สถานที่อาร์ต ๆ น่าสนใจทั่วกรุงเทพ เราได้รวบรวมสถานที่เจ๋ง ๆ ทั่วกรุงเทพมาให้เพื่อน ๆ ได้ทำความรู้จักกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแต่ละที่ที่เราได้นำมาในวันนี้นั้น เรียกได้มีงานอาร์ตเทพ ๆ อยู่เยอะมาก ๆ และแต่ละที่ยังมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองไม่ซ้ำใคร