โปะหนี้บ้าน หรือโปะหนี้รถ โปะอันไหนถึงจะคุ้ม

โปะหนี้บ้าน หรือ โปะหนี้รถ โปะอันไหนถึงจะคุ้ม ตอบได้เลยว่า บ้าน และรถ เป็นเป้าหมายหลัก ๆ ของใครหลายคน ยิ่งในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อน ก็สามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ได้ ด้วยการขอสินเชื่อ แน่นอนว่า สิ่งที่จะตามมาจากการขอสินเชื่อนั่นก็คือ ดอกเบี้ย ว่ากันว่า ถ้าใครมีเงินเหลือ และอยากลดดอกเบี้ย ก็แค่นำเงินมาโปะหนี้ที่เหลืออยู่ ดังนั้น จึงมีคำถามตามมาอีกว่า แล้วถ้ามีทั้งหนี้บ้าน และหนี้รถพร้อม ๆ กัน ต้องนำเงินที่เหลืออยู่มาโปะหนี้อะไรก่อนดี ฉะนั้น ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะที่นี่มีคำตอบให้คุณแล้ว

โปะอันไหนถึงจะคุ้ม ระหว่าง โปะหนี้บ้าน หรือ โปะหนี้รถ

     อันดับแรก เรามาทำความเข้าใจกับวิธีคำนวณดอกเบี้ยของบ้าน และรถกันก่อนว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร จากนั้น จะได้รู้ว่า ถ้าโปะหนี้แล้ว ยอดหนี้จะลดลงไหม แล้วจะได้จ่ายดอกเบี้ยน้อยลงหรือเปล่า

โปะหนี้บ้าน

ดอกเบี้ยบ้าน

      วิธีคำนวณแบบลดต้น และลดดอกไปเรื่อย ๆ จนครบสัญญา หรือจะเป็นแบบเงินต้นหมด โดยเงินที่จ่ายไปแต่ละงวด จะนำไปหักกับเงินต้นให้ลดลง เมื่อเงินต้นลดลงแล้ว จำนวนเงินที่เป็นดอกเบี้ยก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้น การโปะหนี้บ้าน มีส่วนทำให้ยอดเงินต้นลดลงนั่นเอง

     มาดูตัวอย่างกันค่ะ ถ้ายอดขอสินเชื่อบ้านเริ่มต้นที่ 3 ล้านบาท จากนั้น คุณผ่อนไปได้ 1 ปี ก็ทำให้ยอดเงินต้นลดลงเหลือเพียง 2.8 ล้านบาท พอคุณได้รับเงินโบนัสก็นำมาโปะหนี้บ้าน 1 แสนบาท จะทำให้คุณจ่ายดอกเบี้ยลดลงถึง 5 แสนบาท และระยะเวลาในการผ่อนบ้านก็จะลดลง 2 ปี 3 เดือน ฉะนั้น ถ้าคุณมีเงินก้อน ให้นำมาโปะหนี้บ้านจะดีที่สุดค่ะ เพื่อช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย อีกทั้งระยะเวลาในการผ่อนก็ลดลงด้วย

สอง โปะหนี้รถ

ดอกเบี้ยรถ

     สำหรับวิธีคำนวณแบบคงที่ตลอดระยะเวลาการผ่อนชำระ (Flat Rate) โดยนำเอาจำนวนเงินที่กู้เป็นตัวตั้ง คูณด้วยดอกเบี้ยต่อปี และระยะเวลาในการผ่อน จากนั้น จะได้ยอดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด แล้วนำมาบวกกลับไปในเงินต้น หารด้วยจำนวนเดือน จะได้ยอดผ่อนแต่ละเดือนออกมาค่ะ

     ตัวอย่างเช่น กู้ซื้อรถราคา 1 ล้านบาท ใช้เวลาผ่อน 5 ปี มีอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คิดเป็นดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเท่ากับ 150,000 บาท แล้วนำไปรวมกับเงินต้นจะได้ 1,150,000 บาท จากนั้น นำมาหาร 60 เดือน จะได้ 19,166.67 บาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนจนครบสัญญา แน่นอนว่า การคำนวณดอกเบี้ยโดยรวมเข้าไปในเงินต้นตั้งแต่แรก จะทำให้เงินที่เราจ่ายไปในแต่ละงวดไม่ได้นำมาหักกับเงินต้นให้ลดลง เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีเงินเหลือแล้วนำไปโปะหนี้รถ ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยค่ะ

สาม โปะหนี้บ้าน

สรุป เราควร โปะหนี้บ้าน หรือ โปะหนี้รถก่อน

     1. โปะหนี้บ้านทุกครั้งที่มีเงินก้อน หรือเพิ่มยอดผ่อนแต่ละเดือนให้มากขึ้น เพื่อลดดอกเบี้ยจ่าย และช่วยให้หนี้หมดเร็ว

     2. เลือกระยะเวลาในการผ่อนรถให้สั้นที่สุดตามความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อประหยัดดอกเบี้ยจ่าย

     ถ้ามีเงินเหลือ ต้องนำมาโปะหนี้บ้าน จึงจะได้ประโยชน์มากกว่า และได้ความคุ้มค่ามากกว่า แต่ทว่า กรณีที่กำลังผ่อนรถอยู่เพียงอย่างเดียว ไม่มีภาระผ่อนบ้าน และมีคำถามว่า ถ้ามีเงินเหลือ จะนำมาโปะหนี้รถดีไหม ทางออกที่ดีที่สุด แนะนำว่า ถ้าเงินก้อนนั้น มีพอที่จะปิดหนี้รถที่เหลืออยู่ ก็นำมาปิดหนี้รถได้เลย รู้หรือไม่ว่า การปิดหนี้รถทางธนาคาร หรือทางไฟแนนซ์ จะมีส่วนลดดอกเบี้ยของยอดดอกเบี้ยที่เหลืออยู่ แน่นอนว่า จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยลงได้ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า ต้องเป็นการปิดหนี้ หรือปิดบัญชีเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าเป็นการโปะหนี้เพียงบางส่วนก็ไม่ได้ช่วยให้จ่ายหนี้น้อยลงเลย

     สำหรับข้อสงสัย และคำถามยอดนิยมที่ว่า โปะหนี้บ้าน หรือ โปะหนี้รถ โปะอันไหนถึงจะคุ้ม ในบทความนี้ คงจะเป็นคำตอบให้คุณแล้วใช่ไหมคะ นอกจากนี้ ยังรู้วิธีคำนวณดอกเบี้ยบ้าน และดอกเบี้ยรถอีกด้วย ฉะนั้นใครที่มีเงินก้อน และเลือกโปะหนี้บ้านนอกจากจะทำให้เงินต้นลดลง แล้ว ดอกเบี้ยก็จะลดลงตาม จึงทำให้หนี้หมดเร็วขึ้นนั่นเอง แล้วบทความต่อไปเราจะมีเรื่องราวอะไรมาฝากนั้น รอติดตามชมนะคะ

และขอแนะนำ ทำความรู้จักการออกเดทสไตล์คนญี่ปุ่น สาว ๆ สงสัยกันบ้างไหมคะว่า เวลาคนญี่ปุ่นออกเดทกัน เขาทำอะไรบ้าง จะน่ารักมุ้งมิ้ง ๆ เหมือนในซีรีส์ไหม ซึ่งสไตล์การออกเดทของคู่รักแต่ละคู่นั้น ขึ้นอยู่กับนิสัย และความชอบของแต่ละคน ส่วนใหญ่แล้ว จะไม่ได้เดทกันแบบหวือหวา ไม่มีการแสดงความรักในที่สาธารณะ และในเรื่องของค่าใช้จ่ายก็แล้วแต่คู่ด้วยค่ะ